
นางสาวสุวรรณี แย้มพราย พร้อมน้องสาว สองสาวแม่ค้าทองหลุดจำนำออนไลน์ ร้องทุกข์หลังตกเป็นผู้เสียหาย เสียสร้อยคอทองคำไปให้กับคนร้ายรายหนึ่ง หลังโดนติดต่อขอซื้อ แต่ต่อมากลับมีผู้เสียหายมาแสดงตัวจนต้องโอนเงินคืน
นางสาวสุวรรณี เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งติดต่อเข้ามาขอซื้อสร้อยคอทองคำ หนัก 1 บาท เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ในราคา 25,500 บาท ก่อนจะมีการจัดส่งสร้อยคอทองคำไปให้ตามที่อยู่ที่ผู้ซื้อให้ไว้ โดยผู้ซื้อให้ส่งไปที่ชื่อ คุณน้อง และให้ส่งที่อยู่ที่ ปณ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช โดยตนเองได้ดำเนินการจัดส่งให้ในวันที่ 1 กรกฎาคม
ก่อนที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กคนเดิมจะกลับมาสั่งใหม่อีกครั้ง ในวันที่ 3 สิงหาคม โดยติดต่อขอซื้อสร้อยคอทองคำ หนัก 3 บาท ในราคา 51,000 บาท มีการโอนเงินให้ในช่วงเที่ยง พร้อมขอให้เร่งรัดในการส่งให้ทันภายในวันดังกล่าว ซึ่งตนเองก็ได้ดำเนินการส่งตามที่อยู่เดิม ก่อนที่ในวันต่อมาวันที่ 4 สิงหาคม ได้มีนายสันติ เพชรแก้วเพชร ติดต่อมาที่นางสาวสุวรรณี อ้างว่านายสันติ เป็นผู้เสียหาย ที่ถูกหลอกขาย ไอ้ไข่ เครื่องรางของขลัง
โดยนายสันติ ยืนยันว่า มีการติดต่อกับผู้ขายรายหนึ่ง ที่มีชื่อเฟซบุ๊กชื่อเดียวกับ คนที่มาติดต่อขอซื้อสร้อยคอทองคำกับตนเอง แต่มีการส่งเลขบัญชีของนางสาวสุวรรณี และนายสันติ มีการโอนเงิน จำนวน 76,500 บาท แบ่งเป็นสองรอบคือรอบแรก จำนวน 25,500 บาท และยอดที่สอง จำนวน 51,000 บาท ซึ่งทั้งสองยอด วันที่มีการโอน ตรงกับวันที่ ตนเองรับโอน จึงรู้ว่าตนเองโดนหลอก จึงรีบมีการอายัดของที่จัดส่งในรอบที่ 2 ได้ทันก่อนจะมีการนำส่ง
ซึ่งในเวลาต่อมาหลังทราบเรื่องก็ได้มีการพยายามสอบถามกับคนใกล้ชิด ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร เพราะนายสันติ ยืนยันต้องการเงินคืน และในเวลาต่อมาตนเองได้รับหมายเรียกจาก สภ.เลย ตนจึงเดินทางไป แต่เมื่อไปถึงก็ได้รับการแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าให้ยอมคืนเงินเพื่อให้เรื่องจบ ซึ่งตนเองก็ตัดสินใจคืนเงินทั้งหมดจำนวน 76,500 บาทให้แก่นายสันติ เพราะไม่ต้องการให้เรื่องวุ่นวาย
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เลย ได้แนะนำให้ตนเองแจ้งความไว้ด้วย เพื่อหาตัวคนที่ทำการหลอกลวง ซึ่งตนเองได้แจ้งไปว่าหลังทราบเรื่องได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.มีนบุรี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทาง สภ.เลย ยังได้แจ้งว่าให้นำหลักฐานทั้งหมด ส่งไว้ที่พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี พร้อมทั้งให้นายสันติ เป็นพยานในคดี ต่อมาตนเองได้พยายามตามเรื่อง ที่ สน.มีนบุรี ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือทางคดีใด ๆ
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนที่รับเรื่องไว้ ยังบอกให้ตนเองทำใจ คิดว่าฟาดเคราะห์ เพราะไม่รู้จะไปตามตัวคนทำผิดอย่างไร โดยอ้างว่าเพราะเฟซบุ๊ก เป็นเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ในอเมริกา ตำรวจไม่รู้ว่าจะตามตัวที่ไหน และบ่ายเบี่ยงที่จะรับแจ้งความ โดยให้ตนเองลงเพียงบันทึกประจำวันไว้เพียงอย่างเดียว ทั้ง ๆ ที่ตนเองมีภาพนิ่งจากวงจรปิดของไปรษณีย์ ท่าศาลา ที่นายสันติ ไปดำเนินการขอมาให้ รวมถึงเบอร์โทรศัพท์ของคนร้ายที่ตนให้ไว้ และขอให้ช่วยหาเจ้าของเบอร์ ก็ไม่มีการติดตามเบอร์ดังกล่าว
ส่วนของรายละเอียดผู้เช่าตู้ ปณ. ที่ตนเองส่งทองไปนั้น นายสันติ แจ้งว่าจากการตรวจสอบพบว่า ทางไปรษณีย์ไม่ได้มีการขอบัตรประชาชนของคนที่มารับของและเปิดตู้ ปณ.ไว้ ทำให้ไม่รู้ว่าคนมารับของเป็นใคร ในวันนี้จึงตัดสินใจขอให้สื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนตกเป็นเหยื่อของคนร้ายรายนี้อีก พร้อมทั้งฝากถึงพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ขอให้ระมัดระวัง ให้ตรวจสอบผู้ซื้อให้ดีก่อนจะมีการจัดส่ง เพราะอาจจะตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงเช่นตน
ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SKd9wyUSDug
August 24, 2020 at 09:04AM
https://ift.tt/34Ei5gf
อุทาหรณ์แม่ค้าออนไลน์ แม่ค้าทองถูกหลอกซื้อทอง สูญกว่า 2 หมื่น - ข่าวช่อง3 CH3 Thailand NEWS - ข่าวช่อง3 - CH3 Thailand NEWS
https://ift.tt/2TG2uX4
Mesir News Info
Israel News info
Taiwan News Info
Vietnam News and Info
Japan News and Info Update
Bagikan Berita Ini
0 Response to "อุทาหรณ์แม่ค้าออนไลน์ แม่ค้าทองถูกหลอกซื้อทอง สูญกว่า 2 หมื่น - ข่าวช่อง3 CH3 Thailand NEWS - ข่าวช่อง3 - CH3 Thailand NEWS"
Post a Comment