



และนี่คือบรรยากาศตอนไปทัศนศึกษาที่เกียวโต เรานั่งรถไฟจากโอซาก้าไปสถานีเกียวโต และไปเที่ยวตามสถานที่ชื่อดังหลายจุดด้วยกันดังนี้ สะพานโทเกตซึเคียว (Togetsukyo Bridge) เราไปกินอาหารกลางวันแถว ๆ สะพานนี้แหละวิวสวยมาก ธรรมชาติสุด ๆ เราไปช่วงปลายเดือนเมษายน ช่วงปลายของฤดูใบไม้ผลิเลยไม่ค่อยชมพูเท่าไหร่ และที่สะพานนี้ก็เป็นการกิน ดังโงะ ครั้งแรกของเราที่บอกเลยว่าไม่อร่อยเลยจ้า แต่ต้องทำเหมือนอร่อยกลัวเพื่อนๆ เสียใจฮือ แล้วเราก็ไปกันต่อที่วัดน้ำใส (Kiyomizu Temple) เดินทะลุไป ป่าไผ่ซากาโนะ (Sagano Bamboo Forest) แวะกินไอศกรีมชาเขียวเขียนป้ายขอพรเสร็จสรรพก็ไปจบการทัศนศึกษาที่ย่านโบราณฮิกาชิม่า (Higashiyama) ให้เราได้แวะเดินเล่นช้อปปิ้งก่อนกลับ

วัน ๆ ที่ห้องเรียนก็ไม่มีอะไรเท่าไหร่ ฟูยุอยู่ม.5 เราก็ต้องไปเรียนกับฟูยุ ซึ่งเนื้อหาเราก็เรียนมาหมดแล้วแต่ก็ยังงงเพราะอ่านอะไรไม่ออกเลย แต่ชอบบรรยากาศห้องเรียนที่ญี่ปุ่นมาก ชอบความที่ต้องเปลี่ยนรองเท้าทันทีที่มาถึงโรงเรียน ชอบประตูห้องเรียนที่เก็บเสียงมากครูพูดในห้องดังมากแต่พอเราอยู่ด้านนอกคือไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ชอบโมเม้นตอนกินข้าวกล่องที่โรงอาหาร และอีกสิ่งที่ชอบคือชุดนักเรียนน่ารักมาก ๆ แต่คือที่นี่ก็ห้ามใส่กระโปรงสั้นนะมีตรวจเครื่องแต่งกายอยู่ ช่วงที่เราไปมีกิจกรรมเสริมและคาบพิเศษที่จัดขึ้นมาเพื่อเด็กแลกเปลี่ยนอย่างเรา ๆ ด้วยทั้งการทำข้าวผัดญี่ปุ่น ซุบมิโสะ การเรียนวิธีชงชา และอื่น ๆ ซึ่งเราก็ต้องมีการสอนรำไทยให้คนญี่ปุ่นเป็นการตอบแทน


วันว่าง ๆ ฟูยุและครอบครัวก็พาเราไปเที่ยวหลายที่มากทั้งห้างใหญ่ที่เราลืมชื่อไปแล้ว ฮา พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ (Kayukan), ย่านนัมบะ (Namba) ที่ทุกคนต้องแวะไปถ่ายรูปกับป้ายกูลิโกะ, ขึ้นไปดูวิวรอบเมืองโอซาก้าตอนกลางคืนที่หอคอยพยากรณ์อากาศ (Tsutenkaku) แวะซื้อ โอเด้ง กินข้างทางคือ อร่อยมาก ๆ ชอบโอเด้งมาตั้งแต่ตอนนั้น แต่ที่เราชอบมาก ๆ คือบรรยากาศครอบครัวของฟูยุ ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นมาก ๆ ตอนจะจากกันก็น้ำตาแตก ไม่อยากกลับเลยอยากอยู่ด้วยกันอีกนิด ความรู้สึกเหมือนเราเพิ่งจะสนิทกับพวกเขาขึ้นมาแล้วแท้ ๆ แต่ต้องจากกัน

พี่ชายฟูยุทำเค้กให้เราด้วยแหละ คือตอนนั้นแทบร้องไห้ทำไมใส่ใจจังเลย แล้วคือพี่ชายเป็นเชฟอ่ะทำอาหารอร่อยทุกวัน แม่ของฟูยุก็ตื่นเช้ามาทำข้าวกล่องไปโรงเรียนให้ทุกวัน พี่สาวเขาก็ชวนคุยตลอด พ่อของฟูยุก็ซักรองเท้าที่เลอะคราบดินให้เราอีก ประทับใจจนอยากร้องไห้ เราเซนซิทีฟมากช่วงนั้น ตอนนี้เราคิดถึงแม้กระทั่งกระต่ายในกรงที่เรานอนด้วยกันทุกคืน คิดถึงเสียงหมาเห่าตอนเดินเข้าออกบ้าน คิดถึงตอนที่ปลุกฟูยุแล้วไม่ยอมตื่นต้องให้แม่มาปลุกอีกรอบ ฮา จนถึงวันนี้ก็ยังจำบรรยากาศและความประทับใจของประสบการณ์ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่โอซาก้า 11 วันครั้งนั้นได้ไม่ลืมเลยล่ะ
ไว้ครั้งหน้าจะเอาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เราประทับใจมาเล่าอีกนะ มีอีกเพียบเลย >w<
ภาพประกอบทั้งหมดโดยผู้เขียน
ติดต่อผู้เขียน: s.amr.m
July 13, 2020 at 09:39AM
https://ift.tt/3enO1q7
เล่าประสบการณ์ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่โอซาก้า 11 วัน! - ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับ TrueID In-Trend แพลตฟอร์มบทความ Lifestyle สำหรับคนหนุ่มสาว เกี่ยวกับชุมชนและความหลงใหลใน ชีวิตประจำวัน, ร้านอาหาร และแฟชั่นความงาม
https://ift.tt/2ZhbqFP
Mesir News Info
Israel News info
Taiwan News Info
Vietnam News and Info
Japan News and Info Update
Bagikan Berita Ini
0 Response to "เล่าประสบการณ์ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่โอซาก้า 11 วัน! - ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับ TrueID In-Trend แพลตฟอร์มบทความ Lifestyle สำหรับคนหนุ่มสาว เกี่ยวกับชุมชนและความหลงใหลใน ชีวิตประจำวัน, ร้านอาหาร และแฟชั่นความงาม"
Post a Comment